โครงงาน                               

 

เรื่อง นางในวรรณคดี

จัดทำโดย

 

ด.ช. ทักษ์ดนัย  อุ่นเจริญ  ป.๖/๑  เลขที่ ๔๑

 

เสนอ

 

คุณครูภัทรพร  กะจะวงษ์

 

ภาคเรียนที่๒/๒๕๔๘

 

โรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด

 

 

 

คำนำ

โครงงานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย สอนโดย

คุณครูภัทรพร  กะจะวงษ์ โครงงานเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงในวรรณคดีในเรื่องต่างๆที่ลือชาในเรื่องความสวยความงาม และบอกที่มาของหญิงนั้นๆให้ได้รับทราบ ผู้จัดทำหวังว่าโครงงานเรื่องนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจไม่มากก็น้อย สุดท้ายนี้ถ้าโครงงานเรื่องนี้ผิดผลาดแต่ประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

 

 

ผู้จัดทำ

เด็กชายทักษ์ดนัย อุ่นเจริญ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทคัดย่อ

ในปัจจุบันแม้เด็กและเยาวชนจะมีโอกาสและวรรณกรรมน้อยกว่าแต่ก่อน แต่เชื่อว่าหลายๆ คนคงได้ยินได้ฟังสำนวนเปรียบเทียบพฤติกรรมของหญิงสาวในวรรณคดีไทยอยู่เสมอ เช่นว่า เป็นจิตใจโลเลเหมือนนางวันทอง หรือดเปรียบเปรยว่าชั่วช้าเหมือนนางกากี กริยามารยาทกระโดกกระเดกเหมือนนางแก้วหน้าม้า ขี้เมาเหมือนนางเมรี ซึ่งดูเหมือนมีแต่เรื่องไม่ดีทั้งสิ้น

แต่จริงๆและนางเอกในวรรณคดียังมีอีกหลายบุคลิก ลักษณะ อาทิ เช่น มีหน้าตางดงามเป็นที่เลื่องลือและซื่อสัตว์ต่อสามีอย่าง นางสีดา หรือเป็นนางเอกแสนดี มีกตัญญูอย่าง นางเอื้อย  นี่เป็นลักษณะของหญิงงามที่มีอยู่ในวรรณคดีต่างๆ

 

กิตติกรรมประกาศ

 

 

โครงงานภาษาไทย เรื่องนางในวรรณคดี ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ภัทรพร  กะจะวงษ์ ครูผู้สอนวิชากลุ่มสาระวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๖ โรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด ที่ได้กรุณาช่วยเหลือให้แนวทางในการคิด ให้คำแนะนำในการวางแผนจัดทำโครงงาน  รวมทั้งต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการร่วมทำโครงงานในครั้งนี้

ผู้จัดทำโครงงานขอขอบพระคุณทุกท่านที่ที่กล่าวไว้ ณ ที่นี้ด้วย

 

ผู้จัดทำ

สารบัญ

 

เรื่อง                                                                                                    หน้า

บทคัดย่อ                                                                                           1

กิตติกรรมประกาศ                                                                           1

บทที่ ๑ บทนำ                                                                                    2

ที่มาของโครงงาน                                                                2

วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน                                                2

หลักการและเหตุผล                                                            2

เป้าหมาย – ประโยชน์ที่ได้รับ                                            2

ขอบเขตการศึกษา                                                               3

ระยะเวลาในการศึกษา                                                        3

คำนิยาม                                                                                 3

ผลการศึกษา                                                                         4-16

บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง                                                                        17

บทที่ ๓ วิธีการศึกษาค้นคว้า                                                           18

อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการศึกษา                                                18

วิธีการศึกษา                                                                          18

บรรณานุกรม                                                                                                19

ภาคผนวก                                                                                          20-26

 

 

บทนำ

การทำโครงงานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสาระวิชาภาษาไทย ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของนางในวรรณคดีไว้ ดังนั้นโครงงานเรื่องนี้คงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยแก่ผู้สนใจ

ที่มาของโครงงาน

จากการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย เรื่องนางในวรรณคดีเป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าสนใจและมีข้อสงสัยมาก ว่าผู้หญิงเหล่านี้มีความงามอย่างไร มีชาติกำเนิดจากไหน จึงเป็นที่มาของโครงงานเรื่องนี้ เนื่องจากว่าข้าพเจ้าสนใจในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษและคิดว่าจะทำโครงงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้สำเร็จ

วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน

. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับนางในวรรณคดี

. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับที่มาที่ไปของนางในวรรณคดีตัวนั้นๆ

หลักการและเหตุผล

เหตุที่ทำโครงงานเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าอยากเผยแพร่ผู้หญิงในวรรณคดีต่างๆที่สวยงามให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความงามนั้น และอยากให้รู้ถึงประวัติความเป็นของนางในวรรณคดีเหล่านี้

เป้าหมาย-ประโยชน์ที่ได้รับ

. ฝึกการทำโครงงาน

.ฝึกความรับผิดชอบ

.ได้รู้ประวัติความเป็นมาของนางในวรรณคดีตัวนั้นๆ

.ต้องการที่จะทำโครงงานเรื่องนี้ให้สำเร็จ

.ต้องการรู้ถึงความเป็นมาของนางในวรรณคดีตัวนั้นๆ

 

ขอบเขตการศึกษา

ศึกษาเกี่ยวกับประวัติที่มาที่ไปของนางในวรรณคดีตัวนั้นๆ

 

ระยะเวลาในการดำเนินงาน

๘ มกราคม ๒๕๔๙ - ๓๐ มกราคม ๒๕๔๙

 

คำนิยาม

วรรณคดี หมายถึง หนังสือหรือเรื่องราวที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดี

นาง หมายถึง เพศหญิง

นางในวรรณคดี หมายถึง ผู้หญิงที่สวยงามในวรรณคดีต่างๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลการศึกษา

พระเพื่อนพระแพง

จากตำนานโบราณพื้นบ้าน ภาคเหนือของไทย เป็นต้นกำเนิดของนิยายรัก ใน เรื่องลิลิตพระลอ อัน เป็นบทกวีนิพนธ์สมัยอยุธยา มีข้อสันนิษฐานว่า สมเด็จ พระนารายณ์มหาราชทรง พระนิพนธ์ และโปรด เกล้าฯให้ เจ้าฟ้าอภัย

 

รจนา

นางในวรรณคดีเรื่อง "สังข์ทอง" อันเป็นพระราช- นิพนธ์ ใน

 

พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศล้านภาลัย

 

สุวรรณเกสร

จากตำนานโบราณเรื่อง "นกกระจิบ นกกระจาบ"

 

แก้วเกสรา

เป็นเพชรน้ำเอกของสุนทรภู่ มาจากเรื่อง "พระอภัยมณี"

 

 

 

จันทรวดีพันปีหลวง

มาจากวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี ซึ่งสุนทรภู่เป็นผู้แต่ง

 

ศกุนตลา

เรื่องราวของนางในวรรณคดีนี้เริ่มจาก พระวิศวามิตรเกิดนึกอยากมีฤทธิ์มากๆจึงสละราชสมบัติ ออกบำเพ็ญตบะในป่าจนแก่กล้ายิ่ง ทำให้เหล่าเทวดาพากันเดือดร้อนไปทั่ว พระอินทร์คิดแก้ไข โดยให้นางฟ้าเมนกาลงมาใช้ความงามยั่วยวน เพื่อทำให้พระฤาษีตนนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะบำเพ็ญเพียร ทั้งสองจึงครองคู่กัน จนกระทั่งมีธิดามาคนหนึ่ง พอดีกับตอนนั้นพระวิศวามิตรที่ผ่านพ้นระยะข้าวใหม่ปลามัน เกิดได้คิด จึงบอกนางเมนกากลับสวรรค์ ส่วนพระองค์ก็ออกไปจักรวาล ทิ้งพระธิดาน้อยๆอยู่ในป่าแต่เพียงลำพัง ดีที่ได้พวกนกคอยเลี้ยงดู เมื่อพระกัณวดาบสมาพบเข้า จึงให้นางนามว่า ศกุนตลา ซึ่งแปลว่านางนกและนำกลับไปเลี้ยงดูอย่างธิดาที่อาศรมของตน ต่อมานางเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่งดงามอย่างหาที่ติไม่ได้ ดังคำบรรยายที่ว่า...

ดูผิวสินวลละอองอ่อน มะลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น สองเนตรงามกว่ามฤคินทร์ นางนี้เป็นปิ่นโลกา งามโอษฐ์ดังใบไม้อ่อน งามกรดังลายเลขา งามรูปเลอสรรขวัญฟ้า งามยิ่งบุปผาเบ่งบาน

แล้ววิถีชีวิตของนางได้มาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เมื่อได้พบกับท้าวทุษยันต์ กษัตริย์จันทร์วงศ์ แห่งนครหัสดิน ซึ่งเสด็จประพาสป่าเพื่อล่าสัตว์ แล้วบังเอิญตามกวางมาถึงบริเวณใกล้เคียง จึงแวะมายังอาศรม หมายพระทัยจะมานมัสการพระกัณวดาบส แต่ในตอนนั้นพระกัณวดาบสไม่อยู่ เนื่องจากเดินทางไปบูชาพระเป็นเจ้าที่เทวสถานโสมเตียรถ์ เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้แก่นาง พวกปีศาจมารร้ายได้ถือโอกาสเข้ามาอาละวาดที่อาศรม รังควาญการบำเพ็ญเพียรของเหล่าพราหมณ์ผู้ศิษย์ พระกัณวดาบส ท้าวทุษยันต์เสด็จมาปราบปีศาจได้สำเร็จเมื่อท้าวทุษยันต์มีโอกาสอยู่ตามลำพัง ทั้งสองได้เป็นของกันและกัน หลังจากทุกอย่างเป็นไปตามจุดมุ่งหมายแล้ว ท้าวทุษยันต์ได้มอบแหวนวงหนึ่งแก่นางแล้วรีบเดินทางกลับบ้านเมือง เช้าวันหนึ่งพระฤาษีทุรวาสผู้มีปากร้าย ได้มาเรียกนางที่หน้าประตู แต่นางไม่รู้ตัวด้วยกำลังป่วยเป็นไข้ใจ จึงไม่ได้ออกไปต้อนรับ ทำให้พระฤาษีทุรวาสโกรธสาปให้นางถูกคนรักจำไม่ได้ ต่อมาพระฤาษีทุรวาสหายโมโหแล้ว เพราะรู้ว่านางไม่ได้จนใจแสดงอาการไม่เคารพกับตนจึงให้พรกำกับแก่นางว่า หากคนรักของนางได้เห็นของที่ให้ไว้เป็นที่ระลึกก็จะจำนางได้ พระกัณวดาบสได้ทราบเรื่องราวต่างๆของนางกับ ท้าวทุษยันต์ จึงส่งนางไปให้ท้าวทุษยันต์จัดพิธีอภิเษก ในระหว่างทางที่นางได้ทำแหวนที่ท้าวทุษยันต์ประทานให้ตกหายไปในแม่น้ำ เมื่อไปถึงที่หมายท้าวทุษยันต์ทรงจำนางไม่ได้ จนกระทั่งกุมภิลชาวประมงจับได้ปลาที่กลืนแหวนซึ่งนางศกุนตลาทำหาย พอเห็นแหวนท้าวทุษยันต์ก็ได้สติจำเรื่องราวต่างๆได้ จนกระทั่งท้าวทุษยันต์ได้พบกับนางศกุนตลาอีกครั้ง หลังจากพลัดพรากจากกันไปเนิ่นนานด้วยความช่วยเหลือของพระเทพบิดรและพระเทพมารดร ดังนั้น ท้าวทุษยันต์ทรงรับมเหสีและโอรสกลับสู่นครหัสดินด้วยความปิติยินดี(ตอนที่นางไปหาท้าวทุษยันต์ นางทรงครรภ์แก่ นางได้กำเนิดพระโอรสทรงพระนามว่าพระภรต เกิดตอนอาศัยอยู่กับพระกศบและนางอทิติเหตุที่เป็นเช่นนี้เพรา ะขณะที่นางจะไปสู่ที่พักโสมราตปุโรหิตของท้าวไตรตรึง ได้ลอบอธิษฐานว่าหากสิ่งที่นางศกุนตลาพูดเป็นความจริง ขอให้เกิดปาฏิหาริย์ประจักษ์ต่อหน้า พออธิษฐานจบ นางศกุนตลาได้หายลับไปต่อหน้า ซึ่งนางได้มาอยู่กับพระกศบและนางอทิตินั่นเอง)

 

 

 

 

จินตะหราวาตี

ในดินแดนขวา(ประเทศอินโดนีเซีย)ที่เมืองหมันหยาเกิดข้าวยากหมากแพง มีพระขรรค์กับธงผุดขึ้นกลางเมือง ไม่มีใครถอนได้ ท้าวหมันหยาจึงประกาศว่า ผู้ใดสามารถถอนพระขรรค์กับธงได้จะแบ่งสมบัติให้ครึ่งหนึ่งกับยกธิดาทั้งสี่ให้ เทวดาสี่องค์ได้แปลงกายเป็นมนุษย์ลงมาถอนพระขรรค์กับธงได้สำเร็จ ท้าวหมันยาก็ทำตามสัญญา แต่เทวดาทั้งสี่ขอรับแต่เพียงพระธิดาแล้วมาสร้างเมืองกุเรปัน ดาหา สิงห์สาหรี่ กาหลัง ครอบครองเมืองละองค์ สืบวงศ์สืบสัญแดหวา(วงศ์เทวา)ต่อมาและนิยมแต่งงานกันในหมู่เครือญาติ เมื่อท้าวกุเรปันกับนางนิหลาอะระตาประไหมสุหรีได้พระโอรส ซึ่งก็คือ อิเหนา และทางท้าวดาหากับนางดาหราวาตีประไหมสุหรี ได้พระธิดาคือ บุษบา ทั้งสองฝ่ายจึงจัดการหมั้นหมายเด็กคู่นี้ ต่อมารดาของนางนิหลาอระตา สิ้นพระชนม์ นางนิหลาอระตากำลังครรภ์แก่จึงใช้ให้อิเหนาไปร่วมพระศพแทนที่เมืองหมันหยา อิเหนาได้พบกับจินตะหราครั้งแรก เมื่อเข้าเฝ้าท้าวหมันหยากับนางจินดาสาหรี่ประไหมสุหรี จินตะหราเป็นพระธิดาท้าวหมันยาองค์ปัจจุบันกับนางจินดาสาหรี่ประไหมสุหรี เกิดในปีเดียวกันกับอิเหนาแต่อ่อนเดือนกว่า จึงมีฐานะเป็นน้อง และด้วยความงามของนางที่ถูกบรรยายไว้ว่า

งามงอนอ่อนระทวยนวยแน่ง ดำแดงนวลเนื้อสองสี

ผ่องพักตร์ผิวพรรณดังจันทรี นางในธานีไม่เทียมทัน

ซึ่งทำให้อิเหนาหลงใหลจนไม่อยากกลับบ้าน เพียรพยายามใกล้ชิดจินตะหรา ปาเตะขุนนางผู้ใหญ่ ที่มาหมันยาพร้อมกับอิเหนา จึงลอบมีหนังสือไปถึงท้าวกุเรปัน ท้าวกุเรปันกับนางนิหลาอะระตาเกรงว่าจะเกิดเรื่องยุ่งจึงมีสาสน์ไปถึงอิเหนา บอกว่าพระมารดาของอิเหนาใกล้คลอดและประชวรหนักให้อิเหนากลับเมือง ปรากฏว่าพระมารดาทรงคลอดแล้ว เป็นธิดาชื่อ นางวิยะดา ท้าวดาหาได้ขอหมั้นให้กับสียะตราพระโอรส ท้าวกุเรปันเห็นพระโอรสกลับมาแล้วก็นัดหมายทางเมืองดาหาจะทำการอภิเษกอิเหนากับบุษบา ทำให้อิเหนากระวนกระวายใจ จึงออกอุบายขอไปประพาสป่า อิเหนาได้ปลอมตัวเป็นโจรชื่อปันหยี เดินทางไปเมืองมัยยาอีกครั้ง ในระหว่างทางได้รบชนะระตู(เจ้าเมืองรายทาง) ระตูถวายสองพระธิดาคือ นางสการะวตี นางมาหยารัศมีและพระโอรสสังครามาระตาให้เป็นข้า พอข่าวทัพปันหยีประชิดชายแดน ท้าวหมันหยาไม่คิดจะสู้ใช้ให้ผู้ใหญ่ออกไปยอมแพ้ พร้อมกับจะยกจินตราให้ พออิเหนาเข้าเมืองหมันหยา ก็ส่งของบรรณาธิการให้เป็นเชิงสู่ขอจินตะหรา แต่ท้าวหมันหยาไม่กล้ายกธิดาให้อิเหนาอย่างออกหน้าเพราะเกรงท้าวกุเรปันจะโกรธ จึงบ่ายเบี่ยงออกให้อิเหนาเข้าหาจินตะหราเอง หากเกิดเรื่องราวจะได้อ้างว่าเด็กทำโดยพลการ ตัวท้าวหมันหยาไม่ได้รู้เห็นด้วย แรกรักนั้นหวานอิเหนาถึงกับยอมขัดคำสั่งพระบิดาไม่เข้าพิธีอภิเษกกับบุษบาทำให้ท้าวดาหาโกรธ ถ้าใครมาขอบุษบาก็จะยกให้ ต่อมาทางเมืองดาหาเกิดศึกชิงบุษบาขึ้น ท้าวกุเรปันมีราชสาสน์ถึงอิเหนาให้ยกทัพไปช่วย ถ้าไม่ทำตามจะตัดพ่อลูกกัน อิเหนาจำใจไปช่วยดาหารบ ก่อนออกเดินทางจึงลาจินตะหราอย่างอาลัยอาวรณ์ นี่แหละที่ทำให้จินตะหราต้องผิดหวังอย่างรุนแรงเพราะอิเหนากลับไปไม่กลับมาหมันหยาอีก ทั้งยังไปหลงรักบุษบาเข้าลืมเลือนจินตะหราวาตีแห่งเมืองหมันหยา กว่านางจะได้พบหน้าอิเหนาอีกครั้ง เมื่อท้าวกุเรปันมีสาสน์มากเรียกตัวนางไปเข้าพิธีอภิเษกพร้อมกับบุษบาและอิเหนา จินตะหราน้อยใจมากจนไม่อยากไปเข้าพิธี แต่เสียอ้อนวอนของท้าวหมันหยาไม่ได้ จึงพาสการะวาตีและนางมยารัศมีไปด้วยกัน ในพิธีอภิเษก จินตะหราได้ตำแหน่งประไหมสุหรีฝ่ายขวา ส่วนบุษบาตำแหน่งประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย ด้วยความเห็นชอบของท้าวดาหา(อาจจะเป็นเพราะท้าวดาหาต้องการแสดงพระทัยกว้าง จึงเสนอให้ธิดาของตนอยู่ในตำแหน่งรอง) แต่จินตะหราไม่เป็นสุขกับตำแหน่งที่ได้มานัก เพราะรู้ว่าอิเหนาไม่ได้รักใคร่ใยดีนางเหมือนเก่าก่อน ประกอบกับนางเป็นคนถือทิฐิจึงไม่ยินยอมคืนดีด้วย เมื่ออิเหนามาหาทั้งยังทวนสัญญาทำให้อิเหนาเสื่อมรักนางไปมากแล้วยิ่งเบื่อจินตะหรามากขึ้น ไม่คิดสนใจจินตะหราอีกหากแต่ขัดคำสั่งของประไหมสุหรีดาหาไม่ได้ จึงจำใจไปง้อนาง รักอย่างเดียวไม่ใช่สิ่งจีรังยั่งยืน โดยเฉพาะ ความรักที่ถือเอาความงามเป็นบรรทัดฐานแบบอิเหนา เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงท้าวหมันหยากับประไหมสุหรีหมันหยา จึงเรียกจินตะหราไปตักเตือน ซึ่งทำให้จินตะหรายอมรับสภาพความเป็นจริงว่า ตนอยู่ในฐานะเสียเปรียบบุษบามากแล้วถ้ายังขืนกรานทำตัวอย่างที่ผ่านมาจะยิ่งมีสภาพแย่กว่าเก่า จึงยอมคืนดีกับอิเหนา และอ่อนข้อเข้าหาบุษบา  ชีวิตนางในวรรณคดีของ

จินตะหราวาตีนี้ได้รับการดูถูกไม่ทางตนก็ทางอ้อมจาก บุษบา วิยะดา สการะวาตีและนางมาหยารัศมี น่าสงสารจินตะหราวาตีจัง

 

 

บุษบา

บุษบา เจ้าหญิงผู้เลอโฉมแห่งเมืองดาหา ความงามของนางถูกบรรยายไว้หลายตอนดังเช่น

จึงประสูติพระธิดายาใจ

งามวิไลล้ำเลิศเพริศพราย

อันอัศจรรย์ที่บันดาด

ก็อันตรธานสูญหาย

ยังกลิ่นหอมรวยชวยชาย

จึงถวายพระนามตามเหตุนั้น

ชื่อระเด่นบุษบาหนึ่งหรัด

ลออเอี่ยมเทียมทัดนางสวรรค์

นางในธรณีไม่มีทัน

ผิวพรรณผุดผ่องดังทองทา

ความงามของนางถึงขั้นน่าอัศจรรย์ เพราะผู้ที่ได้เห็น จะตะลึงจนลืมตัวหรือถึงกลับสลบสิ้นสติไปเลย แต่ชีวิตของนางก็ไม่ราบรื่นเท่าไรนัก เริ่มจากถูกอิเหนาที่เป็นคู่หมั้นถูกปฏิเสธที่จะแต่งงานด้วย ท้าวดาหา(พระบิดาของบุษบา)โกรธมาก ประกาศจะยกนางให้ใครก็ได้ที่มาสู่ขอเป็นรายแรก จรการะตูเมืองเล็ก ทั้งรูปร่างหน้าตาก็แสนอัปลักษณ์ ซึ่งยังเป็นโสด ได้ใช้ช่างวาดวาดรูปหญิงงาม เพื่อไว้ประกอบการคัดเลือกประไหมสุหรี ช่างวาดได้แอบวาดภาพบุษบาไปสองภาพ ก็รีบนำภาพกลับไปให้จรกาดู แต่องค์ปะตาระกาหลา เทวดาที่เป็นต้นวงศ์เทวา ได้ลักภาพไปแผ่นนึง แล้วหลอกล่อให้วิยาสะกำ โอรสท้าวกะมังกุหนิงไปพบเข้า แค่เห็นรูป วิหยาสะกำก็ถึงกลับสลบหลงรักบุษบาอย่างถอนใจไม่ขึ้น จรกาก็มีอาการดุจเดียวกัน เพราะพอช่างภาพถวายรูปบุษบา ก็ตื่นเต้นจนสิ้นสติ ท้าวดาหาจนใจจำต้องยกบุษบาให้แก่จรกา เมื่อท้าวล่าสำส่งสาสน์มาสู่ขอให้น้อง เพราะวาจาที่ท้าวดาหาเคยลั่นไว้เองเป็นเหตุ ดังนั้น พอท้าวกะมังกุหนิงส่งทูตมาขอบุษบา ในเวลาต่อมา ท้าวดาหาจึงปฏิเสธ ทำให้ท้าวกะมังกุหนิงยกทัพมาล้อมเมืองดาหา ก่อสงครามชิงนางบุษบาขึ้น ท้าวดาหาให้ทูตไปส่งข่าวสงครามกับเมืองพี่เมืองน้องและจรกาด้วย ท้าวกุเรปันจึงมีสาสน์ไปสั่งอิเหนาที่อยู่เมืองหมันยา ให้รีบยกทัพไปช่วยดาหารบ ไม่งั้นจะตัดพ่อตัดลูกกัน อิเหนาหมดโอกาสบ่ายเบี่ยง ต้องไปช่วยเมืองดาหารบพอรบชนะ ก็อยากกับเมืองหมันหยาเพราะคิดถึงจินตะหรา แต่ความตั้งใจต้องมีอันเปลี่ยนไปเมื่อได้เห็นบุษบาตะลึงต่อความงามของนางจนสติตังไม่อยู่กับตัว เผลอร้องเพลงเกี้ยวพาราสีนางต่อหน้าใครๆ สังครามาระตาที่คอยเสด็จต้องสะกิดเตือน หลังจากได้พบบุษบา อิเหนาก็มีอาการคลั่งรักขึ้นสมอง คิดแต่หาวิธีที่จะได้บุษบามาครอบครอง จนกระทั่งงานอภิเษกของบุษบา อิเหนาก็ขออนุญาตท้าวกุเรปันกับท้าวดาหาออกไปประทับแรมในป่า อิเหนาก็ยกทัพออกป่า ทำทีว่าเที่ยวล่าสัตว์อยู่ในป่า แล้ววกเข้าเมืองดาหาพร้อมทั้งจุดไฟเผาโรงมโหรสพต่างๆที่กำลังเล่นฉลองพิธีอภิเษก เพื่อความสนใจของทุกคน อิเหนาได้ฉวยโอกาสที่ชุลมุนปลอมตัวเป็นจรกาอ้างว่าท้าวดาหาให้มารับบุษบา ลักพาตัวนางออกจากเมืองดาหา แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกสงสัยอิเหนาจึงเข้าเมืองดาหาอีกครั้ง เพื่อเข้าเฝ้าท้าวกุเรปันและท้าวดาหา ทำเป็นว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการหายไปของบุษบา ทั้งยังอาสาออกติดตามด้วย ท้าวดาหานั้นแทบมั่นพระทัยเลยว่า คนทำเรื่องคืออิเหนา ส่วนท้าวกุเรปันก็พลอยเห็นชอบกับการกระทำของโอรส หลังจากบุษบาเป็นชายาของอิเหนาโดยพฤตินัยแล้วนางก็มีความจงรักพักดีต่ออิเหนาอย่างจริงจัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้แม้แต่หน้าของเขาแทบจะไม่มองด้วยซ้ำ นางรอคอยอิเหนาอยู่ที่ถ้ำอย่างกระวนกระวายใจ พอตกเย็นก็ขึ้นรถไปคอยอิเหนาที่สวน ตอนนี้องค์ปะตาระกาหลาซึ่งอยู่บนสวรรค์เกิดนึกไม่พอพระทัยความโอหังของอิเหนา ต้องการจะทรมานอิเหนาให้อิเหนารู้สึกเสียใจ จึงทำให้เกิดพายุใหญ่ พัดเอารถทรงของบุษบาไปจนถึงป่าใกล้เมืองประมอตัน พออิเหนารู้ว่าบุษบาหาย จึงเสียอกเสียใจคร่ำครวญอยู่ยกใหญุ่ แล้วรีบออกติดตามหาในคราบโจรป่าปันหยี ส่วนบุษบาที่ถูกลมหอบไปนั้น องค์ปะตาระกาหลาทรงปรากฏให้เห็น แล้วสั่งให้นางปลอมตัวเป็นชาย ให้ชื่อใหม่ว่า อุณากรรณ ได้เป็นบุตรบุญธรรมของท้าวประมอตัน อยู่ในเมืองประมอตันพักหนึ่งก่อนที่จะเร่ร่อนตามหาอิเหนา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนางก็มีจิตใจอ่อนไหวของผู้หญิงอย่างเต็มเปี่ยม หลักชัยของนางคือการฝากอนาคตไว้กลับอิเหนา และก็เป็นคำสาบขององค์ปะตาระกาหลาทำให้นางแม้พบกลับอิเหนาหลายหนแต่จำกันไม่ได้ จนในที่สุดนางต้องหนีไปบวชชี ต่อมาประสันตาพี่เลี้ยงของอิเหนามาพบเข้า ได้กลับมาบอกต่ออิเหนาว่านางชีสวยงามมาก ทำให้อิเหนาไปหลอกนางมาเมืองกาหลังอีกครั้งและสงสัยว่านางคือ บุษบา จึงออกอุบายตั้งโรงหนังตะลุงตรงกับหน้าต่างตำหนักนาง เล่นเรื่องตั้งแต่อิเหนาไปช่วยดาหารบจนถึงบุษบาถูกลมหอบพัดไป บุษบาสะเทือนใจมาก เพราะถูกสะกิดเตือนความหลัง จึงร้องไห้บอกให้เลิกเล่นเสียกลางคัน เป็นเหตุให้จดจำกันได้ และนับแต่นั้นมานางก็พ้นทุกข์ทรมานแห่งการพลัดพราก ได้พบวงศาคณาญาติอีกครั้ง และเข้าพิธีอภิเษกเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้ายของอิเหนาอย่างเป็นกิจจะลักษณะเสียที หลังจากต้องพลากจากการเข้าพิธีมาแล้วสองครั้ง แต่ถึงแม้นางจะเป็นเพียงฝ่ายซ้ายนางก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนนัก ในเมื่อรู้ว่าใจของอิเหนามีบุษบาเข้ามาแทนที่จินตราเสียแล้ว

 

 

ละเวงวัณฬา

ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีผู้อ่านคงคงได้รู้จากนางละเวงวัณฬา กษัตริย์สาวแห่งเมืองลังกา ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับนางสุวรรณมาลีและพระอภัยมณี มาจากการที่นางสุวรรณมาลีสลัดรักอุศเรน (พระเชษฐาของนางละเวง อุศเรนพกะความแค้นจึงยกทัพมาทำสงครามกับเมืองผลึก พลาดท่าถูกพระอภัยมณีจับเป็นเชลย ข่าวนี้รู้ถึงเจ้าลังกา พระบิดาของอุศเรนและนางละเวง ก็จอมใจตาย นางละเวงวัณฬาเจ้าหญิงวัยสิบหก นางได้ขึ้นครองเมืองลังกาแทนพระราชบิดา และสิ่งแรกที่นางทำคือ ล้างแค้นให้กับพ่อและพี่ โดยมีสังฆราชบาทหลวงที่ปรึกษาให้การสนับสนุน นางละเวงได้ให้ช่างวาดเขียนภาพนางด้วยสีผสมยาเสน่ห์แล้วส่งไปให้เจ้าเมือง บุคคลแรกที่มาเจอรูปนางคือ เจ้าละมานกษัตริย์พ่อหม้าย เจ้าละมานที่หลงรูปนางก็รีบยกทัพออกจากเมือง เพื่อไปทำสงครามกับพระอภัยมณี แต่กลับพลาดถ้าแพ้ต่อพระอภัยมณี รูอาถรรพ์ของนางจึงตกไปถึงมือพระอภัยมณี พระอภัยเองก็หลงรูปนางละเวงแทบเป็นบ้าเป็นหลัง กระทั่งสุดสาครแก้เสน่ห์ให้ พระอภัยจึงมีสติดีขึ้น แล้วทรงกำลังกับศรีสุวรรณและสินสมุทร ทตีทัพอาสาที่ยกมาล้อเมืองผลึก หลังจากเสร็จศึก พระอภัยได้กำจัดนางละเวงซึ่งเป็นต้นเหตุสงคราม โดยยกทัพข้ามน้ำข้ามทะเลมาจู่โจมลังกาเป็นการโต้ตอบ ที่ทำให้นางละเวงหนักใจที่สุดกลับมิใช่ศึกสงครามแต่เป็นศึกรักที่นางกับพระอภัยก่อขึ้น เมื่อต้องการอย่าศึก นางละเวงและธิดาบุญธรรมทั้งสองคือ นางยุพาผกากับนางสุวาลีวัน พร้อมด้วยนางรำภาสะหรีจึงลอบดำเนินแผนนางงามล่อจนพระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร และสุดสาคร ที่เป็นนายทัพคนสำคัญ ต่างตกเข้ามาในบ่วงเสน่หาหมดสิ้น ศึกระลอกใหม่เกิดตามติดมาทันทีและผู้เป็นนายทัพคือนางสุวรรณมาลี ราชินีแห่งเมืองผลึก ผู้เป็นว่าที่พี่สะใภ้ในอดีตและเป็นมเหสีเอกของพระอภัยในปัจจุบัน ศึกนี้จบลงได้เพราะพระฤาษีแห่งเกาะแก้วพิสดารมาแก้อาถรรพ์ยาเสน่ห์ พร้อมกับเทศนาไกล่เกลี่ย จนทั้งหมดละความอาฆาตรพยาบาทคืนดีกันได้ พระอภัยจึงได้ยกทัพเดินทางกลับสู่เมืองผลึกพร้อมกับนางสุวรรณมาลี ในขณะนางละเวงกำลังทรงครรภ์และต่อมาได้ประสูติพระโอรส มังคลาโอรสของนางอายุได้สิบห้าปี นางละเวงวัณฬาก็มอบราชสมบัติให้ปกครอง สังฆราชบาทหลวงได้ยุยงให้มังคลาก่อศึก แต่มังคลากับพ่ายแพ้จึงหลบหนีไปกลับสังฆราช พอศึกเลือดนี้ยุติลง พระอภัยจึงทรงออกบวชเป็นฤาษี นางละเวงที่เคยสรัทธาต่อพระฤาษีแห่งเกาะแก้วพิสดาร จึงตัดสินใจออกบวชตามพระอภัยมณีพร้อมกับนางสุวรรณมาลี แล้วทั้งสามก็บำเพ็ญเพียรอยู่ ณ เขาสิงคุตร์ด้วยกันตลอดไป สิ่งที่ทำให้นางละเวงเป็นสุขใจในช่วงบั้นปลายแห่งชีวิต คงไม่มีอะไรเกินกว่านางและพระอภัยมณีกับนางสุวรรณมาลีที่บวชแล้วสามารถห้ามลูกหลานได้โดยเฉพาะมังคลารู้สึกกลับตัวกลับใจ อยู่ร่วมกับญาติอย่างมีความสุข

วันทอง

วันทองเดิมมีชื่อว่า"พิมพิลาไลย" เป็นบุตรสาวของพันศรโยธากับนางศรีประจัน ซึ่งมีอาชีพค้าขาย อาศัยอยู่ในสุพรรณบุรี พิมพิลาไลย เป็น คนสวยตั้งแต่เล็กดังเสภาได้บรรยายไว้

เลี้ยงมาก็ได้ห้าขวบปลาย

รูปกายงามยิ่งพริ้งเพรา

ทรวดทรงส่งศรีไม่มีแม้น

อรชรอ้อนแอ้นประหนึ่งเหลา

ผมสลวยสวยขำงามเงาฯ

ในวัยเด็ก พิมพิลาไลยเป็นเพื่อนเล่นกับพลายแก้วและขุนช้าง ที่เป็นเด็กเพื่อนบ้าน แต่ช่วงเวลาที่ทั้งสามเป็นเพื่อนเป็นเพียงระยะสั้น ก็เกิดเหตุที่ต้องแยกย้ายกันไป วันเวลาผ่านไปพลายแก้วมีอายุได้สิบห้าปีนางทองประศรีก็จัดการให้บุตรชายบวชเป็นสามเณร จึงได้พบนางพิมพิลาไลยและแอบได้เสียกันอย่างลับๆ โดยมีนางสายทองเป็นผู้รู้เห็นด้วย ในขณะที่ขุนช้างได้สู่ขอนางพิมพิลาไลยจากนางศรีประจัน นางพิมพิลาไลยร้อนใจจึงนำเรื่องไปบอกกับเณรพลายแก้ว เป็นเหตุให้เณรพลายแก้วต้องสึก เพื่อเดินทางกลับไปกาญจนบุรีขอร้องให้มารดามาสู่ขอนางพิมพิลาไลย ในที่สุด พลายแก้วกับนางพิมพิลาไลยได้แต่งงานกัน แต่การครองเรือนด้วยความสงบสุขดำเนินไปได้ไม่นานนัก เมื่อเกิดศึกเจ้าเมืองเชียงใหม่ สมเด็จพระพันวษาได้สั่งให้พลายแก้วยกทัพไป หลังจากพลายแก้วไปไม่นานนางพิมพิลาไลยก็ล้มป่วยลง นางได้เปลี่ยนชื่อเป็นวันทองจึงหายป่วย ขุนช้างทำกลอุบายหลอกนางพิมพิลาไลยว่าพลายแก้วตายในที่รบ วันทองต้องถูกริบเป็นม่ายหลวง ถ้าไม่ยกให้ตน นางศรีประจันหลงเชื่อ จึงได้ให้วันทองเข้าพิธีแต่งงานกับขุนช้าง นางไม่ยอมร่วมหอกับขุนช้างรอจนพลายแก้วกลับมา แต่สิ่งที่พลายแก้วนำกลับมาตอบแทนความซื่อสัตย์ของนางวันทองคือ การพาหญิงหนึ่งกลับมาชื่อนางลาวทองทำให้นางวันทองโกรธถึงกลับไปแขวนคอตายในห้องนอน พอดีนางสายทองมาพบจึงได้แก้ไขได้ทัน ขุนแผนไม่แยแสวันทองจึงพานางลาวทองกลับเมืองกาญจน์ เรื่องราวสงบยังไม่จบเมื่อขุนแผนฝากเวรยามให้กลับขุนช้างเพื่อกลับไปเยี่ยมนางลาวทองที่ป่วยอยู่ที่บ้าน ขุนช้างถือโอกาสทูลสมเด็จพระพันวษา ใส่ร้ายขุนแผนว่าหนีเวร พระพันวษา ลงโทษขุนแผนให้ออกตะเวนด่านที่ชายแดนและกักนางลาวทองไว้ที่โรงสะดึงในวัง ขุนแผนได้พานางวันทองไปด้วย ขุนช้างจึงฟ้องพระพันวษา พระพันวษา ได้สั่งจับกุมขุนแผนกับนางวันทอง ทั้งสองต้องหลบซ่อนในป่า จนนางวันทองมีครรภ์แก่ ขุนแผนได้มอบตัวกับพระพิจิตรสู้คดีชนะขุนช้างแต่ขุนแผนทูลขอนางลางทอง ทำให้ พระพันวษา ไม่พอพระทัยในความมักมากของขุนแผน จึงรับสั่งให้จำคุกขุนแผน ขุนช้างได้โอกาสฉุดคร่าวันทองกลับไป วันทองได้คลอดบุตรชายที่บ้านขุนช้างให้ชื่อว่าพลายงามขุนช้างคิดจะฆ่าพลายงาม วันทองจำเป็นต้องส่งบุตรชายไปหาย่าที่กาญจนบุรี พลายงามเดินทางมาอยู่กับนางทองประศรีพออายุได้สิบสาม นางทองประศรีก็พาฝากหมื่นศรี ต่อมาเกิดศึกเชียงใหม่อีก พลายงามแสดงความสามารถให้หมื่นศรีรู้ หมื่นศรี"ได้พาพลายงามเข้าเฝ้าเพื่ออกศึก พลายงามได้ขออภัยโทษแก่บิดา ขุนแผนจึงพ้นโทษออกมา พร้อมกับได้อาสาออกรบกับบุตร ในระหว่างทางพลายงามได้พบรักกับศรีมาลาบุตรพระพิจิตรขุนแผน จึงสู่ขอให้ การศึกครั้งนี้เชียงใหม่พ่ายแพ้ ขุนแผนจึงนำเจ้าเมืองเชียงใหม่กับมเหศรีและนางสร้อยฟ้ากับมาด้วย พระพันวษา จึงพระราชทานนางสร้อยฟ้าให้พลายงามและทรงแต่งตั้งพลายงามเป็นหมื่นไวยวรนาถ ในวันแต่งงานของหมื่นไวยกับนางสร้อยฟ้าและนางศรีมาลา วันทองได้มาร่วมงานด้วยขุนช้างกลัวนางจะคืนดีกลับขุนแผนจึงตามมาขัดขวางเกิดเรื่องทะเลาะกับหมื่นไวย หมื่นไวยได้สะกดขึ้นบ้านขุนช้างกลางดึกอ้อนวอนพาตัวมารดามาอยู่กับตนด้วยความหวังว่านางจะสามารถคืนดีกลับบิดา ขุนแผนทราบข่าวก็รีบมาหา แต่วันทองเบื่อหน่ายกับข้อครหาจึงไม่ยอมปรองดรองด้วย ขุนช้างตัดใจจากวันทองไม่ได้จึงถวายฎีกาแก่พระพันวษา พระพันวษา เห็นเรื่องวุ่นๆควรยุติได้จึงให้นางวันทองเลือกเอาเองว่าจะอยู่กับใคร วันทองรู้สึกตัดสินใจลำบาก จึงทูลตอบเป็นกลางว่าตามแต่จะโปรดเป็นเหตุให้พระพันวสากริ้วหาว่าวันทองมักมาก ทรงสั่งประหารชีวิตนางวันทองในวันนั้น แม้หมื่นไวยทูลขออภัยโทษให้มารดาได้ แต่ไประงับการประหารไม่ทัน ชีวิตที่สุขกายแต่ขาดความสุขใจจึงสิ้นสุดแต่เพียงนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มที่๑ ประเภทนางเอกที่มีทั้งความสวยและมีคุณงามความดีเป็นที่กล่าวขวัญถึง เช่น

นางสีดา เป็นนางเอกในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นภรรยาของพระราม ซึ่งเชื่อกันว่านางสีดาเป็นนางในวรรณคดีที่สวยที่สุด เพราะว่าแม้แต่องค์พระพรหมที่ตัดออกจากกิเลสทั้งสิ้นยังหลงรักนาง

กลุ่มที่๒ เป็นประเภทรักลำบาก รักพลัดพราก จนถึงโศกนาฏกรรมรักที่ต้องสังเวยชีวิต เช่น

นางรจนา จาดเรื่องสังข์ทอง เป็นธิดาองค์สุดท้ายในบรรดาเจ็ดพระองค์ของท้าวสามล

กลุ่มที่๓ ประเภทสวยเสน่หา คือ จากสวยต้องคงด้วยเสน่หา ถึงมีชายเข้าหาอยู่เสมอ เช่น

นางวันทอง ชื่อเดิมของนางคือ นางพิมพิลาไลย เป็นนางเอกในเรื่องขุนช้าง – ขุนแผน

 

สรุปผลการศึกษา

จากการศึกษาค้นคว้าเรื่อง นางในวรรณคดี ปรากฏว่า นางในวรรณคดี นางระนางในแต่ละเรื่อง จะมีบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกันไป และมีที่มาและที่ไปไม่เหมือนกันด้วย

 

 

 

วิธีการศึกษาค้นคว้า

อุปกรณ์และวิธีการศึกษา

. ดินสอ

. ยางลบ

. ปากกา

. ไม้บรรทัด

. คอมพิวเตอร์

. สิ่งบันทึกข้อมูล

 

ขั้นตอนในการดำเนินงาน

 

. รวบรวมศึกษาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนางในวรรณคดี

.นำมาพิมพ์เป็นเนื้อหา

. พิมพ์ส่วนประกอบของโครงงาน

.รวบรวมเป็นรูปเล่ม

 

สรุปผลการศึกษา

จากการศึกษาค้นคว้าเรื่อง นางในวรรณคดี ปรากฏว่า นางในวรรณคดี นางระนางในแต่ละเรื่อง จะมีบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกันไป และมีที่มาและที่ไปไม่เหมือนกันด้วย

 

 

บรรณานุกรม

 

. กุสุมา รักษ์มณีและคณะ. สีสันวรรณกรรม. กรุงเทพมหานคร : สยาม, ๒๕๓๔.

. ประจักษ์  ประภาพิทยากร. เทวดานุกรมในวรรณคดี. พิมพ์ครั้งที่ ๒

โอเดียนสโตร์, ๒๕๒๙

. เปลื้อง ณ นคร. ประวัติวรรณคดีศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก

 

 

นางกากี

 

 

จินตะหราวดี

 

 

 

 

นางบุษบา

 

 

นางละเวงวัณฬา

 

 

 

 

 

นางวันทอง

 

 

ปอร์เซีย

 

 

 

นางพินทุมดี

 

 

พระเพื่อนพระแพง

 

 

 

 

 

นางรจนา

 

 

นางสกุตนา

 

 

 

 

 

นางศิริมาลา

 

 

 

สุวรรณเกสร

 

 

 

นางแก้วเกสรา

 

 

นางจัทรวดีพันปีหลวง