
LMS : Learning Managemnet System
หรือ ระบบการจัดการเรียนการสอน
|
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารีเสถียรภาพและความเร็วสูงมากขึ้นแต่ราคาถูกลง
นักเรียนหลายคน มีเทคโนโลยีเหล่านี้ไว้ใช้งานที่บ้านกันแทบทุสนเทศกำลังเข้ามามีบทบาทต่อวงการศึกษาทั้งทางตรงและทางอ้อม
ปัจจัยที่สำคัญในการผลักดันระบบ E-LEARNING ที่สำคัญที่สุดได้แก่การลงทุนจำนวนมหาศาล
กับอุปกรณ์ด้าน HARDWARE ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนขององค์กรทางการศึกษา
แต่การนำมาใช้งานยังไม่คุ้มกับประสิทธิภาพนัก ประกอบกับเทคโนโลยีสื่อสารในยุคปัจจุบัน
มกคน ดังนั้นการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่าย จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวนักถ้ามีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ
บุคลากรที่ดูแลมีความรู้ ความสามารถ
E-Learning เป็นคำศัพท์ที่วงการศึกษาคุ้นเคยกับคำนี้มานานแล้ว ทฤษฏี e-learning มีความหมายน่าสนใจต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการศึกษาเป็นอย่างมาก จึงได้มีการผลักดันนำมาใช้กับโรงเรียนที่มีความพร้อมอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างที่ e-learning ต้องการ ทั้งเครื่องมือ และ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในระยะแรกของการจัดหลักสูตรจึงประสพปัญหาเป็นอย่างมาก แต่ในปัจจุบัน e-learning ถูกยิบยกขึ้นมาพูดกันใหม่ และกว้างขวางขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีการสื่อสารมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ราคาถูกลง องค์กรทางการศึกษาหรือผู้ใช้ตามบ้านสามารถเป็นเจ้าของได้อย่างทั่วถึงโดยเฉพาะนักเรียนที่อยู่ในตัวเมือง
จากนิยามของคำว่า E-learning ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจที่จะศึกษาและเรียนรู้มากขึ้น เพราะสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (ANYWHERE AND ANYTIME) การจัดการ (MENEGEMENT) เป็นระบบระเบียบ และอัตโนมัติ จึงสามารถ ลดจำนวนบุคลากร ลดจำนวนทรัพยากร และเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้น สาระเทคโนโลยี จึงได้จัดทำโครงการ ระบบจัดการเรียนการสอน Learning Management System (LMS) เพื่อใช้ในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนตามหลักสูตรที่โรงเรียนได้อย่างสมบูรณ์ เติมเต็มช่องว่าง ของระบบการศึกษาที่คุ้นเคยและระบบการศึกษาด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์
สามารถจัดการเรียนการสอนโดยครูผู้สอนประจำวิชาสามารถกำหนดหลักสูตร
ให้ตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง สร้างเนื้อหา
ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว Presentation หรือ
VDO Clip ผ่านแบบฟอร์มที่เตรียมไว้ รวมทั้งการบันทึกและ upload ไฟล์แผนการสอนและงานวิจัยในชั้นเรียน
สามารถสร้างแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อเก็บคะแนนรายผลการเรียนรู้ในแต่ละบททั้งแบบอัตนัยและแบบปรนัย
เพื่อวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวังได้ทันที
การตอบสนองการสร้างข้อสอบทั้งกลางภาคและปลายภาคในหนึ่งปีการศึกษา ซึ่งเป็นข้อสอบแบบปรนัย
โดยเป็นข้อสอบแบบจับเวลาในการตอบ มีการตรวจข้อสอบและประเมินผลทันทีหลังจากผู้สอบสอบเสร็จ
มีการรายงานผลการสอบ เพื่อเก็บคะแนนรวมทั้งการสอบแก้ตัวในกรณีที่สอบไม่ผ่านถึง
2 ครั้ง ทำให้การวัดผลประเมินผลมีประสิทธิภาพมากขึ้น และครูผู้สอนสามารถนำรายงานผลไปใช้กับการเก็บคะแนนใน
ปพ. ได้ทันที
การทำ e-learning ด้วยวิธีการนี้ ครูเจ้าของวิชาจึงไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโฮมเพจเลยเพียงแค่พื้นฐานการใช้อินเตอร์เน็ตและการพิมพ์บ้างเท่านั้นก็สามารถสร้าง
e-leaning ได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพ สามารถนำกลับมาใช้ได้
ในทุกปีการศึกษา สามารถ เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักสูตรหรือแบบทดสอบได้ตลอดเวลา
มีระบบปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนในทั้งในระบบ Half duplex และ full duplex
ที่มีประสิทธิภาพ
|
 |
การจัดการเรียนรู้โดยผู้เรียนเข้าเรียนโดยวิธีการ
login ซึ่งใช้ Username และ Password ของตัวเองซึ่งสามารถเข้าเรียน เข้าสอบ
ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักการ e-learning มีการนับจำนวนการเข้าใช้งาน
นักเรียนสามารถเข้าใช้งาน e-learning ได้เฉพาะนักเรียนของโรงเรียนพระกุมารเท่านั้น
โดยข้อมูลในการสมัครสมาชิกจะถูกเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของโรงเรียน นักเรียนสามารถเข้าถึงบทเรียน
ซึ่งมีเนื้อหาในรูปแบบของตัวอักษร รูปภาพ Presentation และวีดีโอคลิป
การทำแบบทดสอบหลังเรียนซึ่งวัดตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง การเข้าสอบออนไลน์กลางภาค
และปลายภาค ซึ่งจะทราบคะแนนทันที่ หากไม่ผ่านก็สามารถสอบแก้ตัวได้ถึง
2 ครั้ง มีการจัดลำดับผลการสอบ คะแนนเก็บ เพื่อให้ทราบถึงความสามารถของตัวเอง
สามารถติดต่อสื่อสารกับครูผู้สอนได้หลายช่องทาง สามารถส่งงานในรูปแบบไฟล์งานได้หลายรูปแบบทั้ง
ไฟล์ word , dexcel , powerpoint , swf และไฟล์รูปภาพ เป็นต้น สามารถติดต่อสื่อสารกับครูประจำวิชาโดยการใช้งาน
webboard e-mail และ chartroom |
 |
ขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินงาน
|
LMS มีวิธีการสร้างที่ไม่ยุ่งยากนัก แต่ซับซ้อนในเชิงความคิดและการวางแผนเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ที่เกี่ยวของกับระบบอินเตอร์เน็ตหรือ Web Application โดยใช้หลักการการค้นคว้าวิจัยและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อันได้แก่
ความอยากรู้อยากเห็น การตั้งคำถาม ระบุปัญหา การค้นคว้าวิจัย การตั้งสมมติฐาน
การเขียนกระบวนการในเชิง Programming การใช้งานและเก็บข้อมูลมาทำการวิเคราะห์
เพื่อหาผลสรุป โดยมีหลักการที่สำคัญ คือ การใช้งานของ ครูผู้สอน ได้แก่ การกำหนดโครงสร้างหลักสูตร
การกำหนดหน่วยการเรียนและเนื้อหา การสร้างแบบฝึกหัดแบบอัตนัย และปรนัย การกำหนดคะแนน
การกำหนดวันและเวลาในการใช้เรียน การใช้งานของนักเรียนได้แก่ การสอบหลังเรียน
การเข้าถึงเนื้อหาบทเรียน การทำแบบฝึกหัดและเก็บคะแนน การหาค่าเฉลี่ยของผลการเรียน
การใช้งานของผู้ดูแลระบบหรือ Admin ได้แก่การเพิ่มรายวิชาตามที่ครูผู้สอนร้องขอ
การจัดการกับระบบสมาชิก การจัดการเนื้อหาและบทเรียนที่ไม่เหมาะสม ระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน
และระหว่างนักเรียนกับนักเรียนทั้งในระบบ Half Duplex ซึ่งได้แก่ระบบ webboard
และแบบ Full Duplex ซึ่งได้แก่ห้องสนทนา หรือ Chatroom โดยครูผู้สอนสามารถกำหนดเวลาที่จะพบกับนักเรียนในห้อง
Chatroom ได้ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงครูผู้สอนได้อย่างถูกต้อง โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบ
LMS ได้แก่
- Micromedia Dreamwever ในการเขียน webpage
- HTML ในการเขียน webpage
- ASP ในการสร้าง Dynamic webpage
- Java Script ในการสร้าง Dynamic webpage
- WS-FTP ในการ Upload และ Download ขึ้น Server
- PhotoShop ในการ ตกแต่ง webpage
- Flash ในการตกแต่ง webpage
- Microsoft Access ในการสร้างฐานข้อมูล
นำโปรแกรมที่สร้างเสร็จทั้งหมดติดตั้งลงใน webserver โดยใช้ระบบปฏิบัติการ windows 2003 sever เพื่อความมีประสิทธิภาพในการทำงานของระบบ
ระบบการจัดการเรียนการสอนมีความทันสมัย สะดวกสบาย ทั้งผู้จัดการเรียนรู้และผู้เรียน
สามารถเข้าเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
- เสริมหลักสูตรให้กับนักเรียน ทำให้มีระดับผลการเรียนที่สูงขึ้น
- โรงเรียนมีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนตรงตามพระราชบัญญัติการศึกษา
และวิสัยทัศน์ของโรงเรียน
- นักเรียนมีพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนการสอนในอนาคต
- หลักสูตรถูกเก็บไว้ในรูปแบบฐานข้อมูล จัดเก็บอย่างเป็นระบบสะดวกสบายในการนำมาใช้งาน
- โรงเรียนใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า ทันสมัย และเกิดประโยชน์สูงสุดตรงตามความต้องการของสังคม
- ครูและนักเรียนใช้ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์
- ครูและนักเรียนมีทักษะในการใช้สื่อสารสนเทศเพิ่มขึ้น
|